เรียบเรียงโดย รศ.นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย และ รศ.พญ.มัณฑนา ธนะไชย

     ปัจจุบันนี้มะเร็งเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขโลก จากรายงานสถิติโรคมะเร็งของทั่วโลกในปี พศ 2555  พบมีอุบัติการผู้ป่วยใหม่โรคมะเร็งประมาณ 14 ล้านคน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปีเดียวกันทั้งสิ้นประมาณ 8 ล้านคน สำหรับประเทศไทยในปี พศ 2555  มีประชากรไทยเสียชีวิตทั้งสิ้น 426,065 คน  โดยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 76,184คนหรือคิดเป็น 15.7%  หากคิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยที่ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 184 คนต่อวัน หรือ 7.7 คนต่อชั่วโมง จากรายงานทางสถิติของกระทรวงสาธารณสุขไทย โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยมาตั้งแต่ปี พศ 2543

     การรักษาโรคมะเร็งที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้การรักษาแบบผสมผสานกันระหว่างการทำผ่าตัด การใช้รังสีรักษาและการใช้ยาฆ่ามะเร็ง ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของโรค  ซึ่งการรักษาแต่ละวิธีก็อาจมีผลข้างเคียงหรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้บ้าง แต่ข้อมูลภาพรวมคือผู้ป่วยจะได้ประโยชน์จากการรักษาอย่างมีนัยสำคัญทั้งทางด้านอัตราการปลอดโรคและอัตราการรอดชีวิต ตลอดจนการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

     ในปัจจุบันได้มีพัฒนาการวิธีการรักษามะเร็งรูปแบบใหม่เกิดขึ้นอย่างมากมาย. ซึ่งนำเข้ามาใช้เพื่อเป็นการรักษาเสริม การรักษาร่วมหรือเสนอเป็นการรักษาทางเลือก เช่น การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง(High Intensity Frequency  Ultrasound, HIFU),การใช้คลื่นความถี่วิทยุทำลายเซลล์(Radiofrequency Ablation, RFA),การใช้ความร้อน(Hyperthermia),การใช้ความเย็น(Cryotherapy หรือCryosurgery),การฝังแร่กัมมันตรังสีไอโอดีน-125และแร่กัมมันตรังสีชนิดอื่นๆในก้อนมะเร็ง(I-125 seed implantation) การใช้วัคซีน(vaccine) และการใช้สเต็มเซลล์(stem cell)เพื่อรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งวิธีการต่างๆเหล่านี้ในทางทฤษฎีสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้  โดยความเป็นจริงแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสีย ข้อบ่งชี้และข้อจำกัดในการใช้รักษาแตกต่างกันไป ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่จะเหมาะสมกับผู้ป่วยทุกภาวะของโรค แพทย์ผู้เลือกใช้วิธีการรักษาต่างๆเหล่านี้ต้องมีความรู้พื้นฐานในประวัติธรรมชาติของโรคมะเร็งแต่ละชนิดเป็นอย่างดี และทราบข้อมูลการเจ็บป่วยอย่างละเอียดตลอดจนระยะรอยโรคของผู้ป่วย

      การรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง(High Intensity Frequency Ultrasound,HIFU) เป็นการปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านชั้นผิวหนังหรือเนื้อเยื่อเข้าสู่ตำแหน่งก้อนเนื้อเป้าหมาย โดยตั้งจุดโฟกัสรวมพลังความถี่ของคลื่นเสียงไว้ที่จุดเดียวจนเกิดปฏิกิริยาความร้อนขึ้น ณ จุดโฟกัส ความร้อนที่เกิดขึ้นสูงถึงขั้นเผาทำลายเนื้องอกหรือเนื้อร้ายได้ ส่วนใหญ่ใช้ในผู้ป่วยเนื้องอกโพรงมดลูก เนื้องอกและหรือมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มแรก มะเร็งตับและมะเร็งตับอ่อนที่ยังไม่แพร่กระจายแต่มีภาวะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เป็นต้น  การรักษาด้วยHIFU ไม่สามารถใช้รักษาก้อนเนื้อของกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่ติดชิดกับกระดูก เครื่องHIFUขณะนี้ยังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย เนื่องจากข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์อาจจะยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน

     การรักษาด้วยความร้อน(ไฮเปอร์เทอร์เมีย,Hyperthermia) เป็นการใช้คลื่นไมโครเวฟที่ให้พลังงานความร้อนที่อุณหภูมิ 42-43 องศาเซลเซียส หรือที่อุณหภูมิประมาณ 113 องศาฟาเรนไฮต์ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ การรักษาด้วยวิธี Hyperthermia มักจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาวิธีการอื่น เช่นใช้ร่วมกับการฉายรังสีและหรือร่วมกับการให้เคมีบำบัดจึงจะได้ผลดี การวางแผนการรักษาร่วมกันของทีมแพทย์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ปัจจุบันการรักษาด้วยความร้อนของโรคมะเร็งในตำแห่นงต่างๆยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัยอยู่

     การใช้คลื่นความถี่วิทยุ(Radiofrequency Ablation,RFA)  เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่ช่วง 350-500 kHz ก่อให้เกิดความร้อนเพื่อทำลายก้อนมะเร็ง วิธีนี้ต้องมีการแทงเข็มชนิดพิเศษเข้าไปที่ตำแหน่งเนื้อเยื่อเป้าหมายแล้วปล่อยคลื่นวิทยุสร้างความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งที่ต้องการรักษา  มักจะใช้การรักษาแบบ RFA ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำผ่าตัดหรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด เช่นมะเร็งตับทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งท่อนำ้ดี มะเร็งไต มะเร็งปอด เป็นต้น การรักษาด้วย RFA มีข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของก้อนที่มีขนาดไม่ควรเกิน4-5  เซ็นติเมตรและข้อจำกัดของตำแหน่งก้อนมะเร็งที่ไม่ติดกับเส้นเลือดใหญ่  ตัวก้อนไม่ชิดติดกับลำไส้หรือท่อนำ้ดีหรือแคปซูลของตับ เป็นต้น

      การรักษาโดยการใช้ความเย็น(cryotherapy หรือเรียกcryosurgery)  เป็นวิธีการใช้ความเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส ในระยะแรกวัตถุประสงค์ของการใช้ cryotherapy เพื่อลดอาการอักเสบ ถนอมเนื้อเยื่อหรือเซลล์ให้สามารถมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น  ความเย็นสามารถลดอาการปวดและลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งเริ่มจากการดูแลรักษาผู้ป่วยนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ  ในปัจจุบันเริ่มมีการนำเอาความเย็นระดับอุณหภูมิลบมากกว่า 100  องศาเซลเซียส โดยการใช้ไนโตรเจนเหลวหรือกาซอาร์กอน(liquid nitrogen or argon gas) ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้สามารถทำลายหรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้ เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการจากโรคมะเร็งที่ไม่สามารถทำผ่าตัดหรือไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ  มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนและมะเร็งกระดูก เป็นต้น. โดยการใช้เข็มเฉพาะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซ็นติเมตร อาจต้องใช้เข็มหลายแท่งขึ้นกับขนาดของก้นมะเร็งแทงทะลุเนื้อเยื่อเข้าไปในตำแหน่งของรอยโรคจากการใช้การสร้างภาพด้วยเทคนิคต่างๆเป็นตัวนำวิถีตำแหน่งของเข็ม  แล้วจึงปล่อยไนโตรเจนเหลวหรือกาซอาร์กอนเข้าไปในช่องของรูเข็มเฉพาะนี้จนเกิดการฟอรม์ตัวเป็นก้อนนำ้แข็งเพื่อทำลายก้อนมะเร็ง บทบาทของการรักษาด้วยความเย็นยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ซึ่งในขณะนี้ผลการรักษาในระยะยาวยังไม่เป็นที่แน่นอน

     การรักษาด้วยการฝังแร่กัมมันตรังสีไอโอดีน-125(Radioactive I-125 seed implantation)  เป็นการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีรักษาอีกประเภทหนึ่ง  โดยการฝังวัสดุหรือแร่กัมมันตรังสีแบบถาวรเข้าไปในเนื้อเยื่อของอวัยวะที่ต้องการรักษาโดยตรง รังสีที่แผ่ออกมาโดยรอบวัสดุกัมมันตรังสีจะทำลายหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง  ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีที่ฝังเข้าไปจะติดตัวผู้ป่วยตลอดไป ตัวอย่างมะเร็งที่ใช้การรักษาวิธีนี้ เช่นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มแรก วัสดุหรือแร่กัมมันตรังสีที่ใช้บ่อยคือ ไอโอดีน-125 เป็นเม็ดแร่ที่มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว ขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตรเป็นแคปซูลหุ้มด้วยโลหะไทเทเนียม (titanium)ในปัจจุบันนี้มีการนำวัสดุกัมมันตรังสีเหล่านี้ไปใช้ในการรักษามะเร็งตำแหน่งต่างๆ เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งที่แพร่สู่ต่อมน้ำเหลือง มะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ เป็นต้น

     เนื่องจากการรักษาด้วยวิธีการฝังวัสดุหรือแร่กัมมันตรังสีแบบถาวรนี้ จะมีแร่กัมมันตรังสีค้างอยู่ในตัวผู้ป่วย จึงต้องมีข้อควรระวังหรือข้อปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเอง  ญาติพี่น้องและบุคคลรอบข้าง ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยมีข้อแนะนำและข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางรังสีที่กำหนดโดยสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางรัสี

     นอกจากนี้ยังมีการใช้สเต็มเซลล์( stem cell)ในการรักษาโรคมะเร็ง  ซึ่งมาตรฐานปัจจุบันยังจำกัดอยู่เฉพาะการรักษาโรคมะเร็งต่อมนำ้เหลืองและมะเร็งเม็ดโลหิตขาวหรือลิวคีเมีย โดยต้องใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดขนาดสูง ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญและผู้ป่วยจะต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนาน  แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้สเต็มเซลล์ว่าได้ผลในผู้ป่วยมะเร็งในอวัยวะอื่น.

     การใช้วัคซีน(vaccine) รักษาโรคมะเร็ง สำหรับการใช้วัคซีนกำลังอยู่ในช่วงทำการศึกษาจำนวนมากในประเทศที่ทำการวิจัยที่ได้มาตรฐาน แต่ก็ยังไม่มีรายงานที่พบว่ามีวัคซีนชนิดใดที่มีปีะสิทธิภาพสูงพอที่จะนำมาใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

     สรุป. วิธีการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่เป็นการรักษามาตรฐานหลัก คือ การผ่าตัด การฉายรังสี และการรักษาด้วยยาฆ่ามะเร็ง  แม้ว่าวิทยาการรักษามะเร็งด้านต่างๆได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว  มีการรักษารูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความร้อน การใช้ความเย็น การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง การใช้คลื่นไมโครเวฟหรือการฝังวัสดุกัมมันตรังสี การใช้สเต็มเซลล์หรือวัคซีนรักษามะเร็งเพื่อเป็นการรักษาเสริม การรักษาร่วมหรือใช้เป็นการรักษาทางเลือก  ในทางทฤษฎีแล้ววิธีการรักษาเหล่านี้สามารถทำลายหรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้ แต่ในทางปฏิบัติ เครื่องมือ อุปกรณ์และเทคโนโลยี่หลายอย่างอาจยังไม่ถึงจุดมาตรฐานพียงพอ  และขาดข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ดังนั้นหากเลือกวิธีการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมก็จะเกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าได้ แต่ถ้าใช้อย่างผิดหลักการ ไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ก็จะเกิดผลเสียหายด้านลบอย่างร้ายแรง ผู้ใช้ต้องทราบถึงข้อบ่งชี้ข้อบ่งห้ามของแต่ละวิธีและสิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องทราบถึงธรรมชาติของโรคมะเร็งแต่ละชนิดที่จะทำการรักษา

     ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งทุกคนต้องการความหวัง แต่อย่าให้ความหวังมาบดบังข้อเท็จจริง หรือทำให้เราขาดการใช้สติ ขาดการไตร่ตรอง หลงเชื่อในคำกล่าวอ้างโฆษณาทั้งทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และบน website ตลอดจนประชาสัมพันธ์ในสื่อรูปแบบต่างๆที่เกินความเป็นจริง  เพราะการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้เสียโอกาสเสียทั้งเงินและอันตรายต่อชีวิต  ทางสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย  และสมาคมทุกวิชาชีพที่เกี่ยวข้องยินดีให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อปกป้องคุ้มครองผู้ป่วยมะเร็งชาวไทย ไม่ให้ได้รับอันตรายจากการรักษาที่ไม่มาตรฐาน

กิจกรรม-ประชุมวิชาการ

ตุลาคม 2017
พฤ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31

สถิติการเข้าเยี่ยมชม

Today73
Yesterday357
This week1394
This month6626
Total363285

Powered by CoalaWeb