เข้าระบบ »  |  รายการเว็บ »  |  สุ่มเว็บ »
การฉายรังสี หรือ การฉายแสง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์

 


การฉายรังสี /การฉายแสง ให้การรักษาอย่างไร?
การฉายรังสี หรือ เรียกโดยคนทั่วไปว่า  ฉายแสง  คือ การรักษาโรคโดยการฉายรังสีในบริเวณที่เป็นโรค หรือเรียกว่า รอยโรค อาจฉายครอบคลุมไปถึงต่อมน้ำเหลืองที่อาจมีโรคลุกลามด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับ ระยะของโรคมะเร็ง ชนิดของโรคมะเร็ง และ สุขภาพผู้ป่วย

การฉายรังสี โดยเครื่องฉายรังสีซึ่งมีหลายประเภท เป็นเครื่องคล้ายเครื่องตรวจทางเอ็กซเรย์ แต่มีขนาดใหญ่กว่า  การรักษา โดยผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียง มีหัวเครื่องฉายอยู่ด้านบน ห่างจากตัวผู้ป่วย ประมาณ 60-70 ซม. หัวเครื่องฉาย ถ้าปิดเครื่องจะไม่มีรังสีออกมา  หัวเครื่องฉายจะหมุนได้รอบตัวผู้ป่วย สามารถฉายรังสีให้กับผู้ป่วยได้ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง โดยผู้ป่วยไม่ต้องขยับตัวเปลี่ยนท่านอนระหว่างได้รับการฉายรังสี   การควบคุมเครื่องฉายรังสี การจัดท่าผู้ป่วย และการให้การรักษาด้วยการฉายรังสี  อยู่ในการควบคุมดูแลโดยนักรังสีเทคนิค/นักรังสีการแพทย์ (ไม่ใช่จากแพทย์)  ซึ่งได้รับการเรียน การสอน การอบรม ฝึกงานด้านการฉายรังสี  ซึ่งจะจัดท่าผู้ป่วย เทคนิค ปริมาณรังสี ตรงกับในการวางแผนจากเครื่องจำลองภาพ และจากนักฟิสิกส์การแพทย์

โดยทั่วไป จะฉายรังสี วันละ 1 ครั้ง  5 ครั้งต่อสัปดาห์ หยุดพัก 2 วัน แล้วเริ่มต้นใหม่  เวียนไปจนครบได้ปริมาณรังสีตามแพทย์กำหนด  แต่ตารางการฉายรังสีอาจเปลี่ยนแปลงได้  ทั้งนี้ขึ้นกับแพทย์กำหนด

การฉายรังสีมักให้การรักษาผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยนอก เมื่อฉายรังสีเสร็จ ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ทำงานต่อได้ และกลับมารับการรักษาใหม่ในวันรุ่งขึ้น หรือตามตารางการรักษาที่แพทย์กำหนด

 


ในการฉายรังสีต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
ในการฉายรังสี ไม่ต้องมีการเตรียมตัวเป็นพิเศษมากนัก แพทย์ พยาบาล นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์ จะแนะนำล่วงหน้าเสมอ ทั่วไป คือ

แต่งตัวด้วยเสื้อผ้า สะอาด หลวม รวมทั้งรองเท้า สวมใส่/ถอดง่าย สะดวก ใช้เวลาในการแต่งตัวสวมใส่น้อย เพราะในการรักษา บริเวณที่ฉายรังสี ต้องไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม จึงต้องมีการถอดเปลี่ยนเสื้อผ้า และ พื่อไม่เสียเวลามากเกินควร เนื่องจากเป็นการใช้ห้องฉายร่วมกันในผู้ป่วยจำนวนมาก

รับประทานอาหาร ดื่มน้ำได้ตามปรกติ หรือ ตามแพทย์ พยาบาลแนะนำ แต่อย่าให้อิ่มเกินไป

เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องฉาย  เพราะผู้ป่วยต้องอยู่ในห้องฉายแสงประมาณ 10-15 นาที หรือ นานกว่านี้ในกรณีที่ใช้เทคนิคการรักษาที่ซับซ้อน

ถ้ามีการขีดเส้น หรือ ทำเครื่องหมายไว้บนตัวผู้ป่วย ด้วยสีพิเศษซึ่งลบออกได้ยาก  ผู้ป่วยต้องพยายามรักษาไม่ให้เส้น หรือ เครื่องหมายเหล่านั้นลบเลือน เพราะเป็นตำแหน่งถูกต้องของการรักษา (โดยปรกติ แพทย์ และ นักรังสีฯ จะคอยเติมเส้น/เครื่องหมายเหล่านั้นให้ชัดเจนอยู่เสมอ) ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้สีนี้ โดยมีอาการคัน หรือ เป็นแผลตามแนวที่ขีดเส้นไว้ ไม่ต้องตกใจ อาการและแผลจะหายไปเอง แต่ถ้าผู้ป่วยกังวล ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือ พยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจ และ
ควรมารับการฉายรังสีตรงตามเวลานัด

 


การมาฉายแสงต้องให้แพทย์ตรวจก่อนไหม ต้องพาญาติมาด้วยไหม?
โดยปรกติในการรักษาด้วยการฉายรังสี แพทย์จะตรวจผู้ป่วยเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์  ตามวัน เวลา ที่นัดตรวจกับผู้ป่วย  ในวันนัดตรวจ ผู้ป่วยควรนำญาติที่ดูแลผู้ป่วยมาด้วย เพื่อร่วมปรึกษา พูดคุยกับแพทย์ ถึงผลของการรักษา หรือ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น  แต่ในวันอื่นๆ  ผู้ป่วยมารับการฉายรังสีได้โดยไม่ต้องพบแพทย์ การมารับการฉายรังสี  ถ้าผู้ป่วยแข็งแรงดี อาจมารับการรักษาเพียงคนเดียวได้

 


 

ถ้าระหว่างฉายรังสี และไม่ใช่วันนัดตรวจ แต่มีอาการผิดปรกติ จะทำอย่างไร?
ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติ หรือ ต้องการพบแพทย์ ในวันที่ไม่ใช่วันนัดตรวจ  ผู้ป่วยต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ หรือ พยาบาลให้ทราบถึงอาการ หรือ การต้องการพบแพทย์  และผู้ป่วยควรมาโรงพยาบาลในช่วงเช้าเสมอ ถึงแม้จะมีคิวฉายแสงในช่วงบ่ายก็ตาม ทั้งนี้เพราะแพทย์รังสีรักษาโดยทั่วไป  มักมีตารางตรวจผู้ป่วยนอกเฉพาะในช่วงเช้า

 


ระหว่างการฉายรังสีต้องมีการตรวจอะไรอีกไหม ตรวจอะไรบ้าง ?
โดยทั่วไป ในการฉายรังสี มักมีการตรวจเลือด ดูเม็ดเลือดสัปดาห์ละครั้ง ล่วงหน้า ก่อนพบแพทย์   ในวันตรวจ แพทย์จะสอบถามอาการ  ตรวจร่างกายทั่วไป  ตรวจร่างกายบริเวณที่ฉายรังสี ประเมินผลการรักษา และผลข้างเคียง พูด คุย ให้คำปรึกษา แนะนำ   ผู้ป่วยจึงควรมาพบแพทย์พร้อมกับญาติผู้ดูแลเสมอ เพื่อร่วมกันปรึกษา ดูแลผู้ป่วย แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติ อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมได้  ทั้งนี้ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์  แตกต่างในผู้ป่วยแต่ละราย ไม่เหมือนกัน

 


ระหว่างฉายแสง ยังมีแสงค้างในตัวไหม? อุ้มเด็กได้ไหม?
ในการฉายแสง/รังสี ไม่ใช่การกินน้ำแร่รังสี หรือการฉีดยาด้วยน้ำแร่รังสี  จึงไม่มีแสงหลงเหลืออยู่ในตัวผู้ป่วยเลย แสงจะอยู่เฉพาะตอนกำลังเปิดเครื่อง/กำลังฉาย/ในห้องฉาย เท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกลัว เพราะพอปิดเครื่อง ก็จะหมดแสงแล้ว แต่ที่ผู้ป่วยมีอาการ เป็นเพราะผลทางชีววิทยาของแสงต่อเซลล์ ไม่ใช่จากการมีแสงตกค้างในตัว ดังนั้นผู้ป่วย สามารถสัมผัส ใช้ของร่วม และอยู่ร่วมกับทุกคนได้ รวมทั้งคนท้องและเด็กอ่อน

 


ระหว่างฉายแสง ห้ามอะไรบ้าง?
ระหว่างฉายแสง/รังสี แพทย์รังสีรักษา มักห้าม

  •     ห้ามดื่มสุรา หรือ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
  •     ห้ามสูบบุหรี่
  •     ห้ามตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธ์ุ ต้องคุมกำเนิด
  •     ห้ามกินยาสมุนไพร โดยไม่ปรึกษาแพทย์รังสีรักษา
  •     ห้ามนอนดึก หรือพักผ่อนไม่พอเพียง
  •     ห้ามอดอาหาร ห้ามรับประทานอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารสูตรพิเศษอื่นๆ  โดยไม่ปรึกษาแพทย์รังสีรักษาก่อน เพราะจะทำให้ได้อาหารไม่เพียงพอ ขาดอาหารที่จะฟื้นฟูร่างกาย และไขกระดูก
  •    ห้ามหยุดการรักษาเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์รังสีรักษา

 


ระหว่างฉายแสงกินยาสมุนไพรได้ไหม?
ระหว่างการรักษา ทั้งการผ่าตัด ยาเคมีบำบัด ยาฮอร์โมน หรือยารักษาตรงเป้า ผู้ป่วยไม่ควรกินยาสมุนไพร ถ้าต้องการกิน ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาก่อนเสมอ ทั้งนี้เพราะยาสมุนไพร อาจมีผล เพิ่มผลข้างเคียงจากการรักษา หรือ มีผลต้านการรักษาที่ผู้ป่วยกำลังได้รับอยู่ ผู้ป่วยควรรอจนกว่าการรักษาแผนปัจจุบันครบแล้ว ร่างกายฟื้นตัวดีแล้ว จึงปรึกษาแพทย์อีกครั้ง 

 


ระหว่างฉายแสง ห้ามกินอะไร?
ระหว่างฉายแสง ควรรับประทานแต่อาหารมีประโยชน์ ครบทั้ง 5 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ผัก และ ผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว แต่ถ้ามีผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น ท้องเสีย หรือ เจ็บในปาก/คอ ควรปรับเปลี่ยนประเภทอาหารเป็นอาหารอ่อน อาหารรสจืด หรือ งดอาหารเสาะท้อง เป็นต้น หรือตามแพทย์ พยาบาล แนะนำ แต่ยังต้องคงคุณค่า เครื่องปรุงให้เป็นอาหารมีประโยชน์

                  อีกประการ ถ้ามีโรคเรื้อรังอื่นๆร่วมด้วย เช่น เป็นเบาหวาน หรือ ความดัน ต้องรับประทานอาหารตามโรคนั้นๆด้วย

 


ในช่วงมีการฉายแสง อาบน้ำ สระผมได้ไหม?
ในปัจจุบัน ถ้าไม่มีการขีดเส้น หรือทำเครื่องหมายไว้บนตัว ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ หรือ ตามแพทย์แนะนำ เพราะในการรักษาแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่ในการอาบน้ำไม่ควร ขัด ถู  ในบริเวณที่ฉายแสง/รังสี ไม่ควรใช้ สบู่ ที่อาจก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังส่วนนั้น  ทั้งนี้เพราะผิวหนังในส่วนที่ได้รับรังสี จะไวต่อสารเคมี และแสบ คัน เป็นแผลแตกเหมือนน้ำร้อนลวกได้ง่าย ดังนั้นในเรื่องนี้ จึงควรขอคำแนะนำจากแพทย์ หรือพยาบาลทางรังสีรักษา ทั้งนี้รวมถึงเรื่องการสระผมด้วย

 


ในช่วงฉายแสง ผมร่วงไหม?  ถ้าผมร่วงจะขึ้นใหม่ไหม?
ฉายรังสีไม่ทำให้ผมร่วง ซึ่งต่างการให้ยาสารเคมี หรือ ยาเคมีบำบัด ยกเว้นกรณีฉายรังสีบริเวณสมอง หรือ ศีรษะ (การฉายรังสีในโรคมะเร็งบริเวณศีรษะ ใบหน้า ศีรษะบางส่วนจะได้รับรังสีด้วย) โดยถ้าฉายทั้งสมอง/ศีรษะ ผมอาจร่วงทั้งศีรษะ แต่ถ้าฉายเฉพาะจุดตรงสมอง หรือ ศีรษะส่วนใดส่วนหนึ่ง ผมจะร่วงเฉพาะตรงส่วนที่ถูกแสง หรือ ได้รับรังสีเท่านั้น ผมบริเวณอื่นไม่ร่วง

                  ผมจะขึ้นใหม่ภายหลังครบรังสี ประมาณ 3-6 เดือน และเป็นปรกติ ถ้าได้รับปริมาณรังสีไม่สูง แต่ถ้าศีรษะส่วนนั้น ต้องใช้รังสีรักษาปริมาณสูง ผมที่ขึ้นใหม่จะไม่เหมือนปรกติ ผมจะบาง และ หงอก หรือ สีอ่อน สีน้ำตาล

 


ในช่วงฉายแสง ใช้เครื่องสำอางได้ไหม?
ถ้าเป็นการฉายรังสี/แสงบริเวณใบหน้า และ ลำคอ แพทย์จะแนะนำให้หยุดใช้เครื่องสำอางชั่วคราว จนกว่าจะประมาณ  2-3 เดือนหลังครบการรักษา  กล่าวคือ จนเมื่อผิวบริเวณที่โดนรังสี/แสงกลับมาปรกติแล้ว แพทย์จึงแนะนำให้กลับมาใช้เครื่องสำอางได้ตามเดิม ทั้งนี้เพราะผิวตรงที่ฉายแสงจะไวต่อสารเคมี/เครื่องสำอางมากกว่าปรกติ  จึงอาจทำให้ผิวส่วนนั้นแตกเป็นแผลได้ง่าย 

                  แต่ผิวในบริเวณอื่นที่ไม่ได้รับการฉายแสง หรือ ถ้าฉายแสงบริเวณอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้า ลำคอ ผู้ป่วยสามารถใช้เครื่องสำอาง กับใบหน้า ลำคอได้ตามปรกติ  ถ้าสงสัย ลังเล ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ พยาบาลทางรังสีรักษา เสมอ

 


ในช่วงฉายแสง ถ้าไม่สบาย ซื้อยากินเองได้ไหม?
ถ้าเป็นการเจ็บป่วยธรรมดาที่ผู้ป่วยเคยเป็นและซื้อยากินเอง เช่น เป็นหวัด ปวดหัวธรรมดา หรือ ยาธรรมดาที่ไม่มีอันตราย เช่น น้ำผงเกลือแร่ เมื่อมีอาการท้องเสีย  ผู้ป่วยกินยาเองได้ และเมื่อได้พบแพทย์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่า ได้รับประทานยาอะไร

                  แต่ถ้าเป็นอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือ มีอาการมาก หรือ กินยาเองแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ก่อนวันนัดตรวจ

 


ในช่วงฉายแสง ต้องหยุดงานไหม?
ระหว่างการฉายแสง/รังสี ไม่จำเป็นต้องหยุดงาน ทั้งนี้ขึ้นกับสุขภาพของผู้ป่วย แต่ผู้ป่วยควรลดภาระงานเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการรักษา/มาฉายแสง และเพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ถ้าผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลียมาก แพทย์มักแนะนำพักงานเป็นระยะๆ  ทั้งนี้ผู้ป่วยควรปรึกษาหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานด้วย เพื่อความสบายใจของผู้ป่วย และเพื่อลดปัญหาในการทำงาน

 


ในช่วงฉายแสงจะออกกำลังอย่างไร?
ระหว่างการฉายแสง/รังสี ออกกำลังกายได้เสมอ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น ลำไส้เคลื่อนไหว ลดภาวะท้องผูก เพิ่มความอยากอาหาร แต่ไม่ควรหักโหม ผู้ป่วยควรรู้กำลังของตนเอง

 


ในช่วงฉายแสง ทำฟันได้ไหม?
ระหว่างฉายแสง/รังสี ถ้าไม่ใช่การฉายรังสีบริเวณช่องปาก ถ้ามีปัญหาเรื่องฟัน ผู้ป่วยพบทันตแพทย์ได้เสมอ และสามารถทำฟัน ถอนฟันได้ ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ยกเว้นเฉพาะเมื่อมีการฉายรังสีบริเวณช่องปาก ซึ่งมีข้อแนะนำไม่ให้มีการถอนฟัน แต่กรณีการฉายแสงบริเวณช่องปาก ผู้ป่วยมักได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ก่อนเริ่มรักษาอยู่แล้ว

 


ในช่วงฉายแสง มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?
ถ้าผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง และ ไม่ใช่การฉายแสงบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์ไม่ห้ามเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ุ แต่ผู้ป่วยสตรีวัยเจริญพันธ์ุ ต้องระมัดระวังไม่ให้ตั้งครรภ์ระหว่างการฉายแสง เพราะแสงอาจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์  ทำให้เกิดการเจริญเติบโตผิดปรกติ อาจถึงขั้นต้องทำแท้ง

 


ในช่วงฉายแสง ไปห้าง  ไปพักผ่อนไกลๆ หรือ กินอาหารนอกบ้านได้ไหม?
ในระหว่างฉายแสง/รังสี ผู้ป่วยไปซื้อของตามห้างได้ แต่ถ้าอยู่ในภาวะมีเม็ดเลือดขาวต่ำ ต้องระมัดระวัง เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากในห้างมีคนแออัด

                  การไปพักผ่อนตามสวนสาธารณะ ควรหลีกเลี่ยงถ้าเป็นสวนที่มีผู้คนแออัด โดยเฉพาะในภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ

                  การไปพักผ่อนไกลๆ ขึ้นกับสุขภาพของผู้ป่วย และ ความสะดวกในการเดินทาง ไม่มีข้อห้ามตายตัว

                  การกินอาหารนอกบ้าน ทำได้ ไม่มีข้อห้าม ยกเว้นต้องระวังในเรื่องความสะอาดของอาหาร

 

 


 

 

คำสำคัญ: รังสีรักษา, ความรู้, เครื่องมือ
สร้างเมื่อ: 2009-02-24 16:16:29   แก้ไขเมื่อ: 2009-03-24 08:39:57
เว็บนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้นำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรค รักษาโรค หรือแก้ปัญหาสุขภาพโดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
สงวนลิขสิทธิ์ © สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
เนื้อหาอนุญาตให้ใช้แบบ ครีเอทีฟคอมมอนส์ สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา